วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พื้นที่สูง เพื่อทำสิ่งสูงสุด แบบพอเพียง


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น


ช่วงวัยรุ่นวัยทีน ผมเรียนในกทม. นาน ๆ ช่วงปิดเทอมก็จะกลับไปเยี่ยมบ้าน ที่ อ.ปง จ.พะเยา สมัยเมือ ๔๐ ปี การเดินทางไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน


ผมต้องขึ้นรถไฟหรือรถ บขส.ไปลงที่ลำปาง ต่อรถเมล์เขียวจากลำปางไป อ.พะเยา จ.เชียงรายขณะนั้น บางครั้งต้องนอนโรงแรมที่พะเยาคืนหนึ่ง รุ่งเช้าจึงขึ้นรถประจำทาง พะเยา-ปงเข้าบ้าน


กว่าจะถึงบ้านสองวันกว่า ๆ มันเหนื่อยเสียเวลามาก
ต่างจากตอนนี้รถ บขส.ผ่านถนนหน้าบ้าน เวลาไป อ.ปง ผมจะลงที่ประตูหน้าบ้านเลยครับ  ออกจากหมอชิตใหม่สองทุ่มถึง อ.ปงหกโมงเช้า


เมื่อมันลำบากกว่าจะได้กลับไปเยี่ยมบ้านสักครั้ง ผมก็เลยปลดปล่อยเต็มที่ 


ผมมักจะขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวไปเรื่อย ๆ ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ไม่มีจุดหมายที่แน่นอน


บางทีก็ไปนอนริมฝั่งแม่น้ำยม มองดูท้องฟ้าในวันแดดแจ่มใส ไร้ฝุ่นควัน
หลังหน้าฝนต้นหน้าหนาวนั้นท้องฟ้าจะสวยงามมาก เมฆรูปร่างต่าง ๆ แปรเปลี่ยนไปตามกระแสลม


แต่ถ้าเป็นหน้าแล้งจะไปนอนมองฟ้าแบบนั้นไม่ได้ เนื่องจากชาวบ้านเผาไร่ตามชายป่าทำให้บรรยากาศทั่วไปเลวร้ายมีควัน มีเขม่าขี้เถ้าปลิวไปทั่ว


ช่วงปิดเทอมกลางเป็นปลายฝนต้นหนาว อากาศดีมาก บนภูเขาต้นไม้เขียวขจี ลมพัดเบา ๆ ผมนอนมองเมฆบนฟ้าใสอยู่นาน  จนมีชาวบ้านเดินผ่านมา เขาทักทายว่ามาทำอะไรแถวนี้


ผมก็บอกว่ามาดูเมฆสวย ๆ



ชาวบ้านยิ้ม ๆ แล้วก็เดินจากไป


มองฟ้าซึมซับความสดชื่นนานเป็นชั่วโมง เพื่อทดแทนกับช่วงเวลาที่ต้องไปผจญรถติดในกรุงเทพฯ มาหลายเดือน ผมนอนเล่นใต้ต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำยมจนบ่ายคล้อย


แล้วก็ได้เวลาเปลี่ยนสถานที่ใหม่ ผมขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับไปตามถนนตัดใหม่ริมชายเขาด้านตะวันตก  ไปพบจุดที่กรมทางหลวงตัดเฉือนเนินเขาเล็ก ๆ เป็นช่อง แบบปากช่องทางไปอิสาน  เห็นทางคนเดินขึ้นในไร่บนที่เนิน ใกล้ ๆ หมู่บ้านร่องหาด 


ผมขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปตามทางแคบ ๆ ขึ้นไปถึงส่วนที่สูงสุดเห็นกระท่อมหลังเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านสร้างไว้พักผ่อนเวลาร้อนจัดหลังจากงานในไร่บริเวณเนินนี้ ชาวบ้านเรียกว่าดอยเวียงยา  เนื่องจากตอนที่เป็นป่าละเมาะมีต้นสมุนไพรหลากหลายอย่าง อยู่ติดหมู่บ้านชายเขาทางทิศตะวันตก ห่างจากฝั่งแม่น้ำยมประมาณ  ๗๐๐ เมตร



ตอนหลังผมรู้ว่าดอยเวียงยาเป็นแหล่งที่อาศัยของคนโบราณยุคหินอีกด้วย คือเวลาชาวบ้านขุดพื้นดินลงไปจะพบขวานหินกันเป็นประจำ เรียกกันว่าเสียมตุ่น เนื่องจากบางทีไปเจอในโพรงรูตุ่นใต้ดินลึกลงไป  แต่จริง ๆ แล้วตัวตุ่นมันเอาขึ้นมาบนผิวดินไม่ไหว ตุ่นจึงกลายเป็นมนุษย์สมัยหินไป ตามความเข้าใจของชาวบ้าน


จากบริเวณที่เป็นเนินสูงใกล้แหล่งน้ำเป็นชัยภูมิที่ดีเยี่ยม เวลาน้ำหลากน้ำนองก็ปลอดภัย เวลาปกติก็ทำมาหากินสะดวก หาปลาก็ได้ ล่าสัตว์ก็ดี  คนยุคหินจึงเลือกดอยเวียงยาเป็นที่อยู่อาศัย



วันนั้นเนินทั้งหมดโล่งเตียน ชาวบ้านเตรียมดินสำหรับปลูกถั่วลิสงหรืออะไรสักอย่างที่ไม่ต้องการน้ำมาก


ผมจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ข้าง ๆ กระท่อม เดินไปดูรอยไถจากแรงควาย มันละเอียดดีครับ ก้อนดินที่พลิกขึ้นมาไม่โตเหมือนรอยใบไถของรถแทคเตอร์


คะเนดูพื้นที่ทั้งหมดกว้างประมาณ ๒๐-๓๐ ไร่


แบ่งเป็นส่วน ๆ มีรั้วคร่าว ๆ กั้นเขตแดนของแต่ละเจ้าของ


ผมเดินไปมองดูรอบ ๆ ตัวพบว่าเป็นจุดสูงสุดของเขตเทศบาล ต.ปง ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีเทศบาล  มองไปสุดสายตาด้านตะัวันออกเฉียงเหนือเป็นดอยภูลังกา เทือกเขาผีปันน้ำ ที่สูงถึงพันเจ็ดร้อยเมตร เขียว ๆ ท่ามกลางหมอกสลัว ๆ


ด้านตะวันออกเป็นฝั่งแม่น้ำยม เลยฝั่งไปเป็นภูเขา ทางทิศใต้ก็เป็นภูเขา ภูเขาสูงล้อมรอบเขต อ.ปงทั้งหมด


ผมเหมือนยืนอยู่กลางรอยนูนที่ก้นกระทะ  เอ..อยากจะมองให้สูงกว่านี้สักหน่อย แต่พื้นที่เรียบโล่งไม่มีต้นไม้สักต้น


อ้อ..นั่นมีตอไม้ขนาดสองคนโอบ  ผมเดินไปใกล้ ๆ พบว่าเป็นตอต้นสัก ที่ถูดโค่นมานานแล้ว
แต่เนื้อไม้สักที่ตอยังไม่ถูกปลวกกิน ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ปลวกไม่ชอบนี่เองจึงทำให้ผมสามารถปรับระดับความสูงเพิ่มมุมมองได้อีกเกือบ ๆ เมตร


ผมปีนขึ้นไปยืนบนตอต้นสักแล้วมองรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง  โอโฮ มันสวยเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่ง
เหมืิอนการปรับมุมกล้องเล็กน้อยก็ทำให้มุมมองสวยขึ้น


ผมยืนอยู่บนตอต้นสักนานสักครึ่งชั่วโมง ก็กระโดดลงมา


ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน  ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าไปยืนบนตอไม้สักชมวิว อ.ปง มาเต็มตา สวยมาก


จากนั้นผมก็ต้องกลับไปเรียน กทม. ต่ออีกหลายปี  นานมากเวลาผ่านไปมีช่วงหนึ่งเกือบ ๖ ปี ผมไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้าน


เมื่อไปอีกครั้งพบว่าพ่อแม่ผมได้ซื้อที่ดินทั้งหมดประมาณ ๒๔ ไร่ เป็นพื้นที่บริเวณที่ผมไปยืนบนตอไม้สักเอาไว้ทำสวนผลไม้
ส่วนหนึ่งน้องชายผมเป็นคนซื้อไว้ ๗ ไร่


ทำสวนผลไม้อยู่ยี่สิบกว่าปีพ่อแม่ผมก็จากไป


ในใบโฉนดที่ดินส่วนที่มีตอต้นสัก แม่เขียนไว้ว่ายกให้ผม


เป็นที่ดินสามไร่ครึ่งบนส่วนที่สูงที่สุดของเขตเทศบาล ต.ปง อ.ปง จ.พะเยา


เมื่อผมรู้ว่าพ่อแม่ตั้งใจซื้อให้ผมโดยเฉพาะผมก็ได้แต่ตื้นตันใจ




สวนลำไยบริเวณทางขึ้นไปยอดเนิน ที่ผมเคยขี่มอเตอร์ไซค์ึ้ไปชมวิว ตอนนี้ต้นลำไยอายุกว่า ๒๐ ปี ให้ผลดีมาก






























































ถนนสายเรียบชายป่าตะวันตก ไปพะเยา ต้นทางถนนสายนี้อยู่ที่ อ.สอง จ.แพร่ บริเวณใกล้ ๆ แก่งเสือเต้น  ด้านขวาคือทางขึ้นสวนที่ผมเคยขี่มอเตอร์ไซค์ไปดูวิว



บริเวณบ้านพักเดิมเป็นกระท่อม ตอนนี้ต้นมะพร้าวสูง มองเห็นวิวทางด้านทิศตะวันออก



ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดอยภูลังกา เทือกเขาผีปันน้ำ ไกลลิบ ๆ 



ผมจะเก็บที่ดินตรงนี้ไว้ครับ จากผืนแผ่นดินบนเนินสูงติดชายป่า เมื่อถนนตัดผ่านความเจริญก็ตามมา ตอนนี้ทีทำการเทศบาลมาอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปทางทิศใต้สัก ๕๐๐ เมตร หากยืนบนตอต้นสักก็มองเห็นชัดเจน














 http://www12.zippyshare.com/v/73395314/file.html


เชิญดาวน์โหลดไฟล์ .kmz เปิดดูแผนที่ด้วย GooGle Earth 


จากที่ดินสามไร่ครึ่งตามโฉนดใบนี้แม่ผมซื้อมาจากชาวบ้านเมื่อสามสิบปีก่อนแค่ ๓,๕๐๐ บาท ตอนนี้ไร่ละกว่าห้าแสนบาทแล้วครับ


...ไม่น่าเชื่อว่าผมจะยึดตอต้นสักตอนี้ไว้ได้...ความรักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่เกินคาดจริง ๆ


ตอนนี้ผมจึงมีแรงบันดาลใจใหม่ล่าสุดว่าอยากจะไปสร้างบ้านดินสักหลังไว้พักผ่อน และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิสำหรับผู้ไฝ่ความสงบ


อยากจะสร้างขนาดเดียวกับที่นักศึษาอุเทนถวายสร้างอุโบสถดินที่วัดสันติวรคุณ อ.สะเดา จ.สงขลา และที่วัดบุเจ้าคุณ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา


ตามข่าว http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000136448


ผมต้องการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ไว้ในโลกนี้บ้าง ในฐานะที่ผมเป็นพุทธศาสนิกชนและเป็นศิษเก่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องอัดอิฐจากดินผสมปูนในการก่อสร้างโบสถดินแบบประยุกต์ที่ออกแบบและลงมือก่อสร้างโดยนักศึกษาจากอุเทนถวาย เป็นอาคารที่เหมาะสมพอเพียง ไม่สิ้นเปลืองมากเกินไป


ตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากข่าวนี้

http://www.ptwit.ac.th/main/?q=node/73









ค่าก่อสร้างอาคารปฎิบัติธรรมเหมือนแบบโบสถ์ดินประยุกต์นี้ต้องใช้งบประมาณ ๑.๕ ล้านบาท บวกลบ ๑๐ เปอร์เซนต์ ตามแบบโครงการที่ทางอุเทนถวายได้ลงมือสร้างมาแล้ว ๒ แห่งตามข่าว 



ผมภาวนาทุกวันอยากเห็นอาคารนี้เกิดขึ้นจริง ๆ เพื่อให้ เป็นสถานที่สงบกายสงบใจแด่ผู้คนที่ไฝ่ธรรม



UPDATE


๑๓.๓๑ น. ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔


ตอนนี้สร้างเสร็จแล้ว

http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000144125

3 ความคิดเห็น:

  1. http://www.thairath.co.th/content/edu/208867

    ข่าวความร่วมมือของ ๒ สถาบัน คือก่อสร้างอุเทนถวาย กับช่างกลปทุมวัน

    ตอบลบ
  2. http://edunews.eduzones.com/eduzonestutorcu/84983

    ตอบลบ
  3. http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=42&contentId=169401


    http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1318418355&grpid=03&catid=00&subcatid=0000


    http://www.hatyai24.com/board/index.php?action=printpage;topic=682.0

    ตอบลบ