
บ้านเกิดผมอยู่ที่ อ.ปง จ.พะเยา บ้านพ่อแม่อยู่ห่างจากจุดที่แม่น้ำสาขา ๒ สายมารวมกันกลายเป็นแม่น้ำยมไม่ไกล ประมาณกิโลกว่า ๆ
เด็กแม่น้ำเล่นน้ำได้ทุกระดับ หน้าแล้งน้ำใสตื้น ตามหาดเดินข้ามได้ ตามวังน้ำก็ลึกสัก ๒ เมตร เฉลี่ยแล้วแม่น้ำยมช่วงต้น ๆ หน้าแล้งจะลึกประมาณ ๑ เมตร
แต่ปัจจุบันหน้าแล้งบางช่วงน้ำไม่มี ชาวบ้านแถวแพร่เคยวิวาทแย่งกันสูบน้ำบ่อย ๆ
สมัยโบราณประมาณ ๙๐ ปีมาแล้วในหน้าฝนหน้าน้ำหลากบริษัทอีสเอเชียติกผู้รับสัมปทานทำไม้สักจากแถวบ้านผม แถวอำเภองาว จ.ลำปาง แถว อ.สอง จ.แพร่ จะใช้ประโยชน์จากความแรงจากการไหลบ่าของแม่น้ำเอาท่อนซุงลอยน้ำมาภาคกลางครับ
พวกเขาจะใช้ช้างลากซุงดันซุงยกซุงลงตลิ่งแบบแข่งกับเวลา
น้ำหลากขึ้นแรงไหลเชี่ยวอยู่ไม่นาน เป็นนาทีทองของการขนย้ายไม้ด้วยพลังน้ำ
ที่บ้านผม อ.ปง มีระบบขนท่อนซุงออกจากป่าย่าน อ.จุน มาปางไม้ที่ อ.ปง ด้วยรถไฟเครื่องจักรไอน้ำครับ
บ้านผมมันโชคไม่ดีหลังจากไม้ไม่ค่อยมีเขาเลิกทำไ้่้ม้แล้วเขาก็เอารถไฟกลับไปด้วย
ทำให้พวกปู่ย่าตายายพ่อแม่ผมต้องนั่งเกวียนบนทางรถไฟต่อมาอีกหลายสิบปี
และทำให้ผมต้องนั่งรถบรรทุกออกจาก อ.ปง ไป อ.เมืองพะยา บนทางในป่าที่โหดมาก ๆ ๗๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑๒ ชั่วโมง ตั้งแต่เช้ามืดจนค่ำนั่นแหละครับ
ต้องจำยอมหาไม่แล้วผมคงเป็นชาวบ้านทำนาจนถึงเดี๋ยวนี้ ไม่ได้เรียนหนังสือชั้นสูง ๆ ขึ้นไป
รัฐบาลกลางเขาเอาไม้ทางเหนือส่งออก แต่ไม่ได้เอาเงินไปทำถนนให้ดีเป็นการตอบแทนครับ
หากเป็นเดี๋ยวนี้ผมจะเขียนบล็อกด่ารัฐบาลทุกวันเลยละครับ
เพื่อนผมจบโรงเรียนป่าไม้แพร่ ไปทำงานที่บ้านผมบอกผมว่าเขต อ.ปง เป็นพื้นที่ที่มีไม้สักเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ป่านนี้ไม้สักท่อนยักษ์ ๆ คงกลายไปเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ในปราสาทราชวังหรูหราในยุโรปเพียบเลยละครับ
ปัจจุบันทางเหนือ ทางบ้านผมมีแต่ไม้ัสักจากสวนป่าต้นไม่โต และไม้ที่อุทยานแถว ๆ เหนือแก่งเสือเต้นอีกสองหมื่นกว่าไร่
ยี่สิบกว่าปีก่อนผมพบหนังสือที่เขียนโดยคนที่มาจากอังกฤษมาทำไม้แถว อ.งาว จ.ลำปาง
เขาเขียนหนังสือเหตุการณ์ในป่าเมื่อเกือบ ๆ ๙๐ ปี ไว้ ผมยังเก็บไว้ที่บ้านพะเยา
(คุณทัศน์ทรง ชมภูมิ่ง นักเรียนอังกฤษเก่าเอามาเขียนเป็นเรื่อง "นายห้างป่าไม้" นั่นแหละครับเป็นเหตุการณ์ที่เหมือนแปลมาทั้งดุ้น แต่เคราะห์ดีที่คนแปลเรียบเรียงเคยทำป่าไม้มาก่อนจึงรู้รายละเอียดดี)
มีภาพประกอบเพียบเลย ทำให้ผมสามารถย้อนอดีตเหมือนมีไทม์แมชีนเลยครับ
สมัยนั้นต้นสักโต ๆ นี่มองดูเหมือนต้นไม้ในป่าอเมซอนประเทศบราซิล
ทรัพยากรธรรมชาติทางเหนือราบเรียบ ไม่ได้ปลูกป่าทดแทนกันเลย หากปลูกป่าทดแทนป่านนี้ต้นไม้ก็โตเต็มป่าแล้วครับ
ชาวบ้านตอนผมเด็ก ๆ อยู่บ้านหลังเล็ก ๆ ส่วนมากห่างไกลออกไปเป็นกระท่อมไม้ไฝ่ครับ
คิดแล้วมันออกจะแค้นนิดหน่อย
น้ำหลากในหน้าฝนที่บ้านผมมันไหลเชี่ยวมากครับ แม่น้ำยมกราดเกรี้ยวกลายเป็นสีโคลนเหมือนสีโกโก้ ผมยังเคยไปกระโดดน้ำช่วงน้ำหลากเลยครับ กระโดดลงไปลอยลิ่ว
เด็ก ๆ ริมน้ำยมไม่มีใครกลัวน้ำกันครับ
เกิดใกล้แม่น้ำเห็นทุกเมื่อเชื่อวัน ไปเล่นน้ำเกือบทุกวันจึงไม่กลัว ยกเว้นหน้าน้ำเจิ่งนองไม่เห็นฝั่งเป็นทะเล พ่อแม่ก็ไม่ให้ไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ แต่ให้เล่นตามคลองสาขาได้ หลังบ้านติดรั้วบ้านผมก็เป็นคลองที่ไหลลงแม่น้ำยมครับ ก็ยังเล่นได้
ตั้งแต่จำความได้ผมไม่เคยพบว่าคนแถวบ้านผมจมน้ำตายเลยครับ
พวกผมเหมือนปลาเหมือนเป็ดชอบเล่นน้ำกันจริง ๆ
หน้ามรสุมฝนตกหนักติดต่อกันหลาย ๆ วันจะพากันไปยกยอ ชาวบ้านไปยกยอเนื่องจากปลาชุมมาก พวกผมกินปลาแม่น้ำรสอร่อยสารพัดชนิดครับ
หน้าแล้งพวกเด็ก ๆ จะเล่นเอากระบอกไม้ไฝ่ไปซุกไว้ตามพื้นน้ำ ต้องจำว่าเอาไว้ตรงไหน พอได้เวลาไปเล่นน้ำก็ดำน้ำลงไปเอาขึ้นมา พวกปลาปักกะเป้าชอบเข้าไปอยู่ในนั้นครับ ไม่ได้เอามากิน เอามาเล่นให้มันทำตัวโต ๆ พอง ๆ เล่นเบื่อก็ปล่อยไป
ตามตลิ่งที่เป็นทรายนี่เชื่อไหมว่าหากขุดทรายเล่นไปเรื่อย ๆ จะเจอเขียดซุกอาศัยอยู่ในทราย เรียกว่าเขียดทราย ตัวเท่าหัวแม่มือ หนังจะสาก ๆ ไม่ลื่นแบบเขียดทั่วไป
ชาวบ้านบางคนขุดเก่งขุดได้หลายสิบตัวก็เอาไปขายตลาดเช้าวันรุ่งขึ้นครับ
พวกปลาเล็กปลาน้อยกุ้งฝอยนี่ชุกชุมมากชาวบ้านจะพากันไปใช้กระชอนยักสวิงยักษ์ไปช้อนตามริมน้ำ วันหนึ่งได้สองสามกิโลเลยครับ
ก็จะเอาไปทำห่อหมกไปขายตลาดเช้า เดี๋ยวนี้ก็ยังมีขาย เมื่อผมกลับบ้านพะเยามื่อปลายเดือนที่แล้วยังซื้อมากินกับข้าวเหนียวเลยครับ
ป่าต้นน้ำมีเห็ดหลายชนิด มีหน้าเห็ดจำไม่ได้แล้วว่าเดือนไหนชาวบ้านพากันไปเก็บเห็ดออกมาขายตามข้างทาง มีสารพัดขนาดอร่อย ๆ ทั้งนั้นครับ แม้แต่ดอนท่าน้ำ็ก็มีเห็ดเรียกว่าเห็นไคร้หรือเห็ดตับเต่า แกงแล้วน้ำแกงจะเป็นน้ำลื่น ๆ น้อง ๆ น้ำแป้งเปียกเต้าส่วนเลยละครับ
ยุคที่ผมเล็ก ๆ ตามป่ามีสัตว์ป่าชุกชุมมากมีเก้ง กวาง หมูป่า ค่าง แม้แต่วัวแดงก็มี ไม่ต้องพูดถึงนกมีขายที่ตลาดเช้าทุกวัน บรรยากาศก็เหมือน ๆ ตลาดเช้าที่หลวงพระบางตอนนนี้นั่นเองครับ
แต่ปัจจุบันสัตว์ป่าทางการเขาห้ามล่า นกก็ห้าม ชาวบ้านก็แอบ ๆ ไปล่ามาขายบ้าง ยังพอหาเจอในตลาดเช้าครับ
หน้าไหนไม่รู้ผมลืมไปแล้วจะมีไข่มดแดงเพียบเลยครับ ผมยังคิดจะไปเอามาทำเป็นไข่มดแดงอบแห้งไว้ให้พวกเลี้ยงนกหัวจุกเลยครับ
หากมีงบวันหนึ่งซื้อได้สักยี่สิบกิโลแน่นอนเลยครับ ไปกวาดซื้อทุก ๆ ที่ ที่ชาวบ้านขายเอามาทำอาหารนกอบแห้งคงจะดีเยี่ยมเลยครับ
พวกแมลง กุ้งฝอยก็หาได้ไม่ยาก สามารถทำแข่งกับพวกทำอาหารนกอบแห้งจากเนเธอแลนด์ที่ขายแพง ๆ ได้สบายเลยครับ
พวกเนเธอร์แลนด์ก็คงสั่งซื้อวัตถุดิบจากอินโดนีเซียเมืองขึ้นเก่าของเขา เอาไปปรุงรสทำให้หอม ๆ ใส่กากน้ำตาลหวาน ๆ เอาใส่แพ๊คหรู ๆ ผมเห็นเพื่อนในหมู่บ้านไปซื้อมาให้นกหัวจุกแพงมาก ๆ ครับ ผมเอามาแกะดูมันแมลงแถวบ้านเราทั้งนั้นเลยครับ
ป่าต้นน้ำมีทรัพยากรมหาศาลครับ
ไม่ต้องไปโกรธน้ำครับมันเป็นเรื่องธรรมชาติเ็ป็นแบบนี้มานานเป็นหมื่นปีแล้ว ขนาดพม่ายังต้องยกทัพกลับบ่อย ๆ เมื่อเจอน้ำเหนือหลากท่วมทุ่งอยุธยา
น้ำมาปลาก็มาไม่ต้องตกใจครับ
..................................................
UPDATE
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้นจะสามารถอ่านเนื่อหาได้)
หนังสือ Teak-Wallah ผมหาเจอแล้วครับ
ตามสัญญามาดูกันว่าเป็นอย่างที่ผมว่าไว้หรือไม่ ว่าฉบับไทย นายห้างป่าไม้ใช้หนังสือ Teak-Wallah เป็นแนวการนำเสนอเรื่องหรือไม่
สังเกตดู เหตุการณ์เริ่มต้นคล้ายกันเหมือนฝาแฝด คือเมื่อพระเอกมาถึงท่าเรือแล้วขึ้นรถม้าไปโรงแรมโอเรียลเต็ล แล้วต่อด้วยการไปซื้อของที่ร้านขายอุปกรณ์เดินป่า ซึ่งเป็นร้านเดียวกัน ที่ตลกคือคนเรียบเรียงแปลคำว่า New Road ว่าเป็นถนนใหม่ จริง ๆ แล้ว New Road คือถนนเจริญกรุง ต่างหากครับ
ช้างปู้น้อยผีบ้า ก็ชื่อเหมือนกัน
หนังสือนายห้างป่าไม้ มีรสชาติของการทำป่าไม้ยุค 80-90 ปี มาแล้วครบถ้วน เพราะคนเรียบเรียงเป็นคนแพร่ เคยทำไม้ด้วยครับ
หนังสือ 2 เล่มนี้ หากท่านสนใจผมยินดีขายให้ เพื่อเป็นประว้ติศาสตร์วงการนักเขียนของไทย ซึ่งตอนที่บรรณาธิการ"ฟ้าเมืองไทย"รับต้นฉบับภาคภาษาไทยท่านไม่รู้ว่ามีภาคภาษาฝรั่งอีกด้วย
นายห้างป่าไม้ตีพิมพ์ใน"ฟ้าเมืองไทย"ช่วงใกล้ ๆ 2520 หนังสือที่รวมเล่มเจ้าของซื้อมาปี 2522 มีลายเซนต์เจ้าของผู้ซื้อมาอ่าน ด้วยครับ
หนังสือ Teak-Wallah ที่ผมมีอยู่เป็นเล่มที่พิมพ์เมื่อ 1986 ซื้อที่กรุงเทพฯหรือสิงคโปรจำไม่ได้แล้ว เหตุที่ซื้อเพราะเป็นเรื่องที่เกิดแถวบ้านเกิดผม และปู่ผมก็มีช้างที่เคยรับจ้างบริษัทฝรั่งลากไม้ด้วย ตอนเล็ก ๆ ผมยังมีโอกาสพบปู่และช้าง 5 เชือกแวะมาพักที่บ้านพ่อ-แม่ผมที่เชียงม่วนอีกด้วย 50 ปีมาแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น